Archive for ประเพณีไทยภาคกลาง

ประเพณีไทย ประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธ

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธ

วันที่ ๔ ธันวาคม ของทุกปี ณ หมู่บ้านหนองพังนาค ตำบลเสือโฮก อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ชาวบ้านจะทำพิธีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธจนเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ความสำคัญของประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธ

ตามประวัติสมัยพุทธกาล เชื่อว่านางสุชาดา ได้นำข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธถวายพระพุทธเจ้า ก่อนที่พระองค์จะได้ตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือนสิบสอง ดังนั้นชาวพุทธจึงถือว่าข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธเป็นอาหารทิพย์ และได้ทำถวายแด่พระสงฆ์ในฤดูก่อนเดือนสิบสอง

พิธีกรรมของประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธ

เนื่องจากวัสดุที่สำคัญในการทำข้าวทิพย์ คือน้ำข้าวจากต้นข้าวที่กำลังเป็นน้ำนม ใน ประเทศไทยเชื่อกันว่ามีหลายจังหวัดที่ทำสืบเนื่องกันมาเป็นเวลานานถึง ปัจจุบัน แต่สำหรับจังหวัดชัยนาทมีทำกันตลอดที่ตำบลเสือโฮก อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ทำกันแทบทุกหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันทำกันตลอดมาทุกปีจนถือเป็นประเพณีที่หมู่บ้านหนองพังนาค

สาระของประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธ

ประเพณีกวนข้าวทิพย์ เป็นประเพณีที่สร้างความสามัคคีในกลุ่มชนในอันที่จะร่วมกันนำเอาวัสดุข้าว ของต่าง ๆ มาร่วมทำบุญ เมื่อเสร็จและถวายเป็นพุทธบูชาก็แบ่งปันกันไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริ มงคล

ที่มาประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาธ : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

 

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

วันแรม ๘ ค่ำ ถึงวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ รวม ๘ วัน เป็นวันประกอบพิธีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม จากนั้นในวันที่ ๙ คือ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันถวายพระเพลิง

ความสำคัญของประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่บ้านหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมานานนับร้อยปี บนพื้นฐานความเชื่อว่าพุทธศาสนิกชนที่ได้ร่วมถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า จะได้บุญกุศลอย่างแรงกล้า

พิธีกรรมของประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

ก่อนงานชาวบ้านจะร่วมมือร่วมใจกันสร้างโลงและรูปจำลองของพระพุทธเจ้า แล้วนำไปตั้งเบื้องหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ครั้นวันแรม ๘-๑๕ ค่ำ พระสงฆ์จะลงสวดพระอภิธรรมตั้งแต่ ๒๐.๐๐ น. เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นกุศลแก่ผู้สดับธรรม แต่ละคืนชาวบ้านจะร่วมกันนำจตุปัจจัยมาถวายแด่พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นการทำบุญ ครั้นวันขึ้น ๑ ค่ำ หลังสวดพระอภิธรรมก็จะมีการนำเอาโลงและรูปจำลองของพระพุทธเจ้า แห่เวียนรอบพระเมรุมาศจำลอง แล้วจึงยกขึ้นวางบนจิตกาธาน พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ถวายดอกไม้จันทน์ร่วมกับชาวบ้านแล้วถวายพระเพลิง

สาระของประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

เนื้อหาประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าคือ การระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เสด็จปรินิพานอันเป็นการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาทั้งปวง ก่อให้เกิดสติที่ไม่ติดยึดอยู่กับวัตถุใดๆ และเห็นชีวิตเป็นอนิจจัง

ที่มาประเพณีไทย ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ


ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ เป็นประเพณีไทยของชาวจังหวัดระยอง ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย เรามาท้าวความถึงประวัติความเป็นมากันก่อน

เจดีย์กลางน้ำตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดย่อม สูงราว 10 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง ท่างกลางป่าชายเลนที่ยาวเหยียด มีน้ำล้อมรอบ เนื้อที่ราว 52 ไร่ เทศบาลนครระยองได้สร้างสะพานคอนกรีตเข้าไปสู่เจดีย์ เจดีย์นี้สร้าง พ. ศ. 2416 ในสมัยพระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ให้ชาวเรือหรือผู้โดยสารที่เดินทางผ่านถึงบริเวณนั้นได้ทราบว่ามาถึงเมือง ระยองแล้ว สมัยโบราณมีแต่เส้นทางคมนาคมทางน้ำเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะเข้าสู่ตัว เมืองระยองได้สะดวก ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างเจริญรอยตามแบบ พระสมุทรเจดีย์ หรือ เจดีย์กลางน้ำ เมืองสมุทรปราการที่เป็นสัญลักษณ์ให้บรรดาผู้เดินทางผ่านมาถึงจุดนี้ทราบว่า ใกล้จะถึงกรุงเทพมหานครแล้ว เจดีย์กลางน้ำถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง และเป็นสิ่งที่ชาวระยองเคารพนับถือมาก ราวกลางเดือน 12 ของทุกปีซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก

งานประเพณีทอดกฐินและงานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ นอกจากนั้นจะมีงานลอยกระทงแข่งเรือยาว ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์นั้น ผ้าที่จะนำมาห่มต้องเป็นผ้าสีแดง มีความยาว 6 เมตร ใช้คน 2 คนปีนขึ้นไปห่มส่วนบนของเจดีย์ บริเวณรอบๆเจดีย์มีการปลูกป่าสน ทำให้ร่มรื่นสวยงามจึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในเวลาว่างอีก ด้วย ปัจจุบันเทศบาลนครระยองได้ทำการบูรณะพระเจดีย์และบริเวณรอบองค์อย่างสวยงาม สร้างสะพานคอนกรีตให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมป่าชายเลนอีกด้วย

ที่มาประเพณีไทย ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวหลาม

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีบุญข้าวหลาม

ประเพณีบุญข้าวหลาม เป็นประเพณีของชาวลาวเวียงและลาวพวนในอำเภอพนมสารคาม ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายลาว ที่อยู่ใกล้เคียงกับชาวไทยเชื้อสายเขมร

ประเพณีนี้อาจเป็นสิ่งที่ยึดถือสืบต่อกันมาแต่ก่อนเมื่อครั้งยังอยู่ใน ประเทศลาวจึงเท่ากับเป็นการรักษาประเพณีดั้งเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งเท่ากับเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง

พิธีกรรมของประเพณีบุญข้าวหลาม

วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านทุกบ้านจะเผาข้าวหลาม เพื่อนำไปถวายพระในเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ตอนสายจะพากันเดินไปขึ้นเขาดงยาง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๖ กิโลเมตร เพื่อปิดทองรอยพระพุทธบาทบนเขาดงยาง และนำข้าวหลามไปรับประทานบนเขา

สาระของประเพณีบุญข้าวหลาม

นอกเหนือจากการทำบุญกุศลแล้วยังเป็นการชุมนุมพบปะกัน ของชนเผ่าผู้อพยพทางหนึ่ง ทั้งนี้สืบเนื่องจากชุมชนลาวรุ่นแรกๆล้วนมาจากประเทศลาวแล้วแยกย้ายกัน บุกเบิกป่าสร้างที่ทำกิน การกำหนดนัดพบหน้าโดยถือเอาวันสำคัญทางศาสนาเป็นแกนนั้นนับได้ว่าได้ทั้งบุญ กุศส ได้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นทางเชื้อชาติในคราวเดียวกัน

ที่มาประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวหลาม : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง

:กลางเดือน ๙ ของทุกปี

ความสำคัญของประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง

การตักบาตรน้ำผึ้ง เป็นประเพณีการถวายน้ำผึ้งแก่ภิกษุและสามเณร ของชาวรามัญที่วัดพิมพาวาส อำเภอบางปะกง สืบเนื่องมาจากความเชื่อว่าในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จประทับที่ป่าเลไลย์ มีช้างและลิงคอยอุปัฏฐากโดยการนำเอาอ้อยและน้ำผึ้งคอยถวาย ต่อมาจึงทรงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุสามเณรรับน้ำผึ้งและน้ำอ้อยมาบริโภคเป็นยาได้

พิธีกรรมของประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง

การตักบาตรน้ำผึ้งมักจัดกันที่ศาลาวัด ขณะที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นั้น ชาวบ้านจะนำน้ำผึ้งมาใส่บาตร และนำน้ำตาลใส่ในจานที่วางคู่กับบาตร ส่วนอาหารคาวหวานจะใส่ในภาชนะที่วางแยกไว้อีกด้านหนึ่ง อาหารพิเศษที่นำมาใส่บาตร ได้แก่ ข้าวต้มมัด ถวายเพื่อให้พระฉันจิ้มกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาล

สาระของประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง

การตักบาตรน้ำผึ้งเป็นกิจกรรมที่น้อมนำให้ระลึกถึงองค์ผู้มีพระภาคเจ้าที่มี ความเกี่ยวข้องกับสัตว์เดียรัจฉาน สัตว์ยังรู้คุณค่าของศาสนาด้วยการเสาะแสวงหาภิกษาหารนำมาถวายพุทธองค์เพื่อ ได้สดับตรับฟังธรรม พุทธศาสนิกชนจึงนำรูปแบบของการนำปัจจัยมาถวายเพื่อจุดหมายการได้ฟังธรรม เทศนาเช่นกัน

ที่มาประเพณีไทย ประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ :

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ของทุกปี

ความสำคัญของประเพณีแห่ธงตะขาบ

การถวายธงตะขาบเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ เป็นประเพณีของชาวรามัญที่ตั้งรกรากอยู่ใกล้วัดพิมพาวาส ในเขตอำเภอบางปะกง เชื่อกันว่าธงที่แขวนส่ายเพราะแรงลมเป็นการบอกรับบุญกุศลของบรรพบุรุษ และช่วยให้ผู้ล่วงลับได้ขึ้นสวรรค์

พิธีกรรมของประเพณีแห่ธงตะขาบ

ธงตะขาบแต่เดิมเป็นธงกระดาษ ต่อมาเปลี่ยนเป็นผ้า ปัจจุบันใช้เชือกเป็นเส้นขอบผูกขวางคั้นด้วยซี่ไม้ไผ่เป็นช่วง ๆ ใช้เสื่อผืนยาวปิดทับแทนผ้าหรือกระดาษเป็นลำตัว ปลายไม้ที่ยื่นสองข้างทุกซี่ประดับด้วยช้อนผูกห้อยแทนขา สลับกับพู่กระดาษเพื่อความสวยงาม หัวและหางสานผูกด้วยโครงไม้ปิดกระดาษสี จะทำกี่ตัวแล้วแต่กำลัง จากนั้นจะทำการแห่ไปที่วัด เมื่อถึงก็จะขึงธงไว้กับต้นเสาในศาลา จากนั้นพระจะนำสายสิญจน์มาวงรอบธง แล้วจึงทำพิธีถวายธงตามด้วยการสรงน้ำพระ เสร็จแล้วจึงนำธงไปชักขึ้นแขวนบนเสาหงส์

สาระของประเพณีแห่ธงตะขาบ

ประเพณีแห่ธงตะขาบเป็นกุศโลบายที่แสดงออกถึงความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความ ตายและความกตัญญูต่อบรรพบุรุษโดยมีศาสนาเป็นตัวเชื่อมประสานความเชื่อ อีกทั้งเป็นการกำหนดกิจกรรมที่รวบรวมผู้คนของสังคมให้ร่วมแรงร่วมใจกันทางหนึ่ง

ที่มาประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือก

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือก :

ไม่กำหนดแน่ชัด

ความสำคัญของประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าว

การก่อพระเจดีย์ทรายเป็นประเพณีที่ชาวไผ่ดำ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ได้กระทำสืบทอดกันมาแต อดีตกาล วัตถุประสงค์เพื่อนำเอาทรายมาใช้ทำสาธารณประโยชน์ในวัด

ส่วนการก่อพระทรายข้าวเปลือก เป็นการทำบุญอย่างหนึ่งของชาวไผ่ดำ ที่นำเอาผลผลิตจากอาชีพการทำนา คือ ข้าวเปลือก มาก่อเป็นเจดีย์แทนทราย

พิธีกรรมของประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าว

การก่อพระเจดีย์ทรายเนื่องจากสภาพท้องถิ่นของหมู่บ้านไผ่ดำ เป็นที่ราบน้ำท่วมถึงจึงทำให้ไม่มีทรายอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเลย การก่อพระเจดีย์ทรายของชาวไผ่ดำ จึงเปลี่ยนจากการขนทรายมาเป็นการซื้อทรายจากทางวัด ซึ่งที่วัดไผ่ดำจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อน ว่าจะมีการการก่อพระเจดีย์ทรายในวันพระไหน เมื่อถึงวันกำหนดประชาชนก็จะไปทำบุญและก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกัน จากนั้นก็มีการประกวดความสวยงามของพระเจดีย์ ว่าใครตกแต่งได้ดีกว่ากัน

การก่อพระทรายข้าวเปลือก ก็มีวิธีดำเนินการเช่นเดียวกัน คือ นัดวัน เมื่อถึงวันกำหนดชาวบ้านก็จะนำข้าวเปลือกใส่กระบุงไปวัด แล้วเอาไปเทกองรวมกันในที่วัดจัดไว้เป็นพระเจดีย์ ควบคู่ไปกับการทำบุญ ข้าวเปลือกที่ได้ทางวัดจะนำไปขาย เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยมาใช้จ่ายในการทำนุบำรุงศาสนสถานของวัดต่อไป

สาระของประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าว

การก่อพระทรายข้าวเปลือก เป็นการทำบุญศาสนาของชาวบ้านด้วยการนำผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญ มาร่วมกันบริจาคเพื่อให้ทางวัดได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านการพัฒนา อีกทั้งสร้างนิสัยด้านการบริจาค ความสามัคคีแก่ผู้คนในชุมชน

ที่มา ประเพณีไทย ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายข้าวเปลือก : ขอบคุณข้อมูลจาก ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

 

ประเพณีไทย ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง

: ช่วงเวลา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒

ความสำคัญของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง

ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง เป็นประเพณีทอดผ้าป่าของหมู่บ้านไผ่ดำ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันทำบุญเนื่องในวันลอยกระทง

พิธีกรรมของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง

ในตอนบ่ายของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ชาวบ้านจะนำเรือออกเรี่ยไรสิ่งของต่าง ๆ เพื่อร่วมกันทำบุญ จากนั้นนำสิ่งที่ได้มาจัดแต่งลงเรือ เรือที่นำกองผ้าป่าและสิ่งของไปทอดนี้เรียกว่า เรือองค์ผ้าป่าหรือเรือองค์ ครั้นพอค่ำหรือตอนที่พระจันทร์ขึ้นพ้นทิวไม้ก็จะยกขบวนเรือซึ่งมีทั้งเรือ พาย เรือแจว เรืออื่น ๆ ลากจูงเรือองค์ไปยังวัด และกระทำการถวายผ้าป่าที่ศาลาวัดนั้น ก่อนที่จะกลับมาทอดยังวัดไผ่ดำซึ่งเป็นวัดสุดท้ายของพิธีการ ระหว่างขากลับจะมีการแข่งขันชักเย่อเรือองค์เป็นที่สนุกสนานกลางท้องน้ำ และหลังกลับไปทอดผ้าที่วัดไผ่ดำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการแข่งเรือประลองฝีพายกันอีกครั้ง ที่หน้าวัดไผ่ดำนั่นเอง

สาระของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง

แก่นสารของประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง คือการหากิจกรรมที่นำให้ชาวบ้านรู้จักการให้ คือบริจาคจตุปัจจัยและวัตถุต่างๆเพื่อการบุญ โดยมีการละเล่นที่สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบนั้นคือการแข่งเรือ และเป็นการชักนำให้ผู้คนในท้องถิ่นเกิดความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันใน กิจกรรมทางสังคม

ที่มาประเพณีไทย ประเพณีทอดผ้าป่าน้ำเพ็ง : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร

งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร จัดขึ้นปีละ ๓ ครั้ง โดยกำหนดวันทางจันทรคติตามลำดับ คือ
๑. งานเทศกาลกลางเดือน ๕ ตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำจนถึงวันแรก ๑ ค่ำ เดือน ๕ รวม ๓ วัน
๒. งานเทศกาลกลางเดือน ๑๒ ระหว่างวันขึ้น ๑๒-๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ รวม ๕ วัน
๓. งานเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันขึ้น ๑-๕ ค่ำ เดือน ๓ รวม ๓ วัน

ความสำคัญของประเพณีงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปที่เชื่อถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางไปนมัสการอย่างเนืองแน่นทุก วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเทศกาลสำคัญและงานนักขัตฤกษ์ จะมีผู้มานมัสการจำนวนมากกว่าวันปกติทั่วไป

พิธีกรรมของประเพณีงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร

งานเทศกาลกลางเดือน๕ จัดขึ้นรวม ๓ วัน ๓ คืน นับตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำ จนถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ เทศกาลนี้จัดฉลองสมโภชเนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นวันคล้ายวันที่อาราธนาหลวง พ่อขึ้นจากแม่น้ำ แล้วอัญเชิญท่านมาประดิษฐานที่วัดโสธรวรวิหาร

งานเทศกาลกลางเดือน ๑๒ เทศกาลนี้ได้จัดสืบต่อกันมานานกว่าร้อยปีแล้ว คือ เริ่มจัดขึ้นในราว พ.ศ. ๒๔๓๔ โดยมีมูลเหตุมาจากในปีนั้นประชาชนในท้องถิ่นประสบทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ฝนแล้ง ทำการเพาะปลูกไม่ได้ผล ทั้งยังเกิดโรคอหิวาต์และฝีดาษระบาดทั่วไป ทำให้ผู้คนและสัตว์เลี้ยงล้มตายเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงคราวเข้าตาจนเช่นนี้ชาวบ้านต่างพากันบนบานศาลกล่าวต่อหลวงพ่อให้ ช่วยขจัดปัดเป่าทุกข์ภัยเหล่านี้ ด้วยการปิดทองบ้าง ด้วยมหรสพสมโภชบ้าง และด้วยสิ่งอื่น ๆ กล่าวกันว่าความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่บันดาลให้เกิด ฝนโปรยปรายลงมา ทำให้แผ่นดินชุ่มชื้น โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ หายเป็นปลิดทิ้ง ชาวบ้านจึงร่วมใจกันจัดงานฉลองสมโภชหลวงพ่อครั้งใหญ่เพื่อแก้บน

แต่เดิมงานเทศกาลในเดือนนี้มี ๓ วัน คือ วันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้จัดเพิ่มขึ้นอีก ๒ วัน คือ วันขึ้น ๑๒-๑๓ ค่ำ เดือน ๑๒รวมทั้งสิ้นเป็น ๕ วัน และถือปฏิบัติสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้ ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำจะมีการแห่หลวงพ่อทางบก วันขึ้น ๑๕ ค่ำ มีการแห่ทางน้ำ และวันแรม ๑ ค่ำ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายมีการเวียนเทียนและสรงน้ำพระ

งานเทศกาลตรุษจีน จัดตามจันทรคติของจีน คือ ตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ปีใหม่ (ชิวอิด) ไปจนถึงวันขึ้น ๕ ค่ำ (ชิวโหงว) รวม ๕ วัน ๕ คืน ถ้าเทียบเป็นเดือนไทยก็คือ ราวเดือนยี่หรือเดือนสาม

สาระของประเพณีงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร

การจัดงานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธรนับเป็นกุศโลบายอันแยบยล ที่ดึงพุทธศาสนิกชนให้เข้าวัดผ่อนคลายภารกิจในชีวิตประจำวัน เพื่อกราบไหว้บูชาองค์หลวงพ่อซึ่งเปรียบได้ดังตัวแทนของพุทธองค์ และให้ระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่ให้เว้นความชั่วให้ทำแต่ความดี อันส่งผลให้การดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข โดยมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตใจ

ที่มาประเพณีไทย งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/

ประเพณีไทย ประเพณีการทอดผ้าป่าโจร บ้านสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีการทอดผ้าป่าโจร บ้านสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จัดงานตลอดปี

การทอดผ้าป่าโจรเชื่อว่าได้บุญกุศลมากกว่าการทำบุญทอดผ้าป่าอันเป็นปกติธรรมดา เพราะได้ถวายเครื่องใช้ที่พระสงฆ์ขาดแคลน

ความสำคัญของประเพณีการทอดผ้าป่าโจร บ้านสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาในพุทธศาสนา ความพร้อมเพรียงในหมู่เครือญาติ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการทำบุญถวายเครื่องใช้จำเป็นสำหรับพระสงฆ์

พิธีกรรมของประเพณีการทอดผ้าป่าโจร บ้านสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

ผู้ที่จัดทอดผ้าป่าโจรจะต้องเตรียมผ้าสีขาว ซึ่งมีความยาวหลายหลา สีย้อมกรั๊ก (สีที่ได้จากแกนขนุน) เข็ม ด้าย พร้อมทั้งบริวารผ้าป่าขึ้นอยู่กับความศรัทธาของผู้ทอดผ้าป่าโจร ว่าจะมากหรือน้อยเพียงใด ในการจัดต้องทำกันภายในครอบครัวและญาติพี่น้องที่เคารพนับถือกันเท่านั้น เวลาทำการทอดผ้าป่าจะทำกันเวลาใกล้รุ่งคือก่อนเวลาที่พระจะออกบิณฑบาต โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จัดเตรียมไว้ทั้งหมดไปไว้ที่ทางสามแพร่ง หรือบริเวณเส้นทางที่พระสงฆ์จะออกบิณฑบาต และปักธูปไว้เป็นระยะ ๆ ตั้งแต่กองผ้าป่าไปยังบริเวณที่พระออกบิณฑบาตจะมองเห็นได้ชัดเจน หากเป็นที่โล่งเตียนก็ไม่ต้องจุดธูปบอกก็ได้ เมื่อพระรูปใดออกบิณฑบาตตอนเช้ามืดเห็นท่านจะเดินไปยังที่วางกองผ้าป่าท่าน ก็จะทำพิธีชักผ้าป่าพร้อมสวดมนต์ให้พรแก่เจ้าของกองผ้าป่าก็เป็นอันเสร็จพิธี

สาระของประเพณีการทอดผ้าป่าโจร บ้านสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

เป็นการถวายความอุปถัมป์ผ้าครองและเครื่องใช้ที่จำเป็นแด่พระสงฆ์ โดยไม่เจาะจงว่าเป็นรูปใดรูปหนึ่ง

ที่มาประเพณีการทอดผ้าป่าโจร บ้านสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/